หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

วิธีปฏิบัติที่ลัดสั้น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ต.ค. 2569

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Show Notes

"วิธีที่ง่ายที่สุดดูจิตตัวเอง ทำกรรมฐานไปแล้วรู้ทันจิตตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ได้มุ่งที่สงบ ทำกรรมฐานไป จิตฟุ้งซ่านก็รู้ จิตสงบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านแล้วเราไม่ชอบก็รู้ เวลาสงบเราชอบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านเราไม่ชอบ เราอยากให้หายก็รู้ รู้ว่าอยากหายแล้ว เวลามันสงบเราชอบ แล้วพอชอบเราก็อยากรักษา เราก็รู้ว่าอยากรักษา ค่อยรู้จิต ค่อยรู้แล้วละเอียดประณีตมากขึ้นๆ ฝึกเรื่อยๆ ไป มันจะไม่ยากหรอก การภาวนาเราจะตัดตรงเข้าที่จิต แล้วมันดีอย่างไร กุศลเกิดที่จิต กุศลไม่ได้เกิดที่กาย อกุศลเกิดที่จิต อกุศลไม่ได้เกิดที่กาย มรรคผลเกิดที่จิต มรรคผลไม่ได้เกิดที่กาย กายมันเหมือนบ้าน จิตเป็นเจ้าของบ้าน กายก็เหมือนชุมโจร จิตคือหัวหน้าโจร ถ้าเราเข้าไปฆ่าหัวหน้าโจรตาย จับหัวหน้าโจรได้ ลูกน้องมันแตกหมด ถ้าเราสามารถเข้ามาถึงตัวจิตใจตัวเองได้ ขันธ์ 5 เราจะเห็นเลย รูป เวทนา สัญญา สังขาร ไม่ใช่ตัวเรา เห็นทันทีเลย รวดเร็ว ไม่ช้า ไม่เนิ่นช้า เหลือจิตเป็นเราอันเดียว เราก็ทำกรรมฐานของเราต่อไป คราวนี้เราจะเข้ามาที่ตัวจิตจริงๆ แล้ว เราก็เห็นจิตตั้งมั่นอยู่ เราฝึกมาเยอะจิตก็ตั้งมั่น เราไม่รักษาจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ดูรูป จิตที่ดูรูปเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นดับ เกิดจิตที่ไปคิด จิตที่ไปคิดดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น สลับไปเรื่อยๆ สุดท้ายปัญญามันจะเกิด ปัญญาคือความรู้รวบยอด มันจะเกิดว่าจิตนี้ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี นี่เป็นวิธีภาวนาที่ลัดมากเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 ตุลาคม 2569

More from หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Oct 26, 2026

"หลักของการปฏิบัติจริงๆ ไม่ได้ยากอะไร โอปนยิโก น้อมเข้ามาหาตัวเอง น้อมเข้ามาเรียนรู้ตัวเอง อย่าส่งจิตออกนอก เพ่นพ่านออกไป ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ คนในโลกมันไหลไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจตลอด มันเลยเวียนว่ายตายเกิดไม่เลิกหรอก ถ้าเราย้อนกลับเข้ามาให้ถึงจิตถึงใจ แล้วมาเรียนรู้ตัวนี้ ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ รู้ไป วันหนึ่งเราจะเห็น กระทั่งตัวจิต มันไม่ใช่ตัวเรา มันเป็นแค่สภาวธรรมอันหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป นี่อย่างนี้ พอเราย้อนกลับมาดูจิตบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งเราก็จะเห็น จิตไม่ใช่ตัวเรา จิตเป็นแค่สภาวธรรมอย่างหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ใจมันจะเข้าใจความเป็นจริง ปัญญาคือการรู้ถูก เข้าใจถูก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 ตุลาคม 2569

Oct 22, 2026

"ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้มีความอยากจะไม่แก่ หรือความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากไม่เจ็บไข้ ความตายเป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากที่จะไม่ตาย พอเราเห็นธรรมดา ธรรมดาของร่างกาย ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เพราะมันมีธรรมนิยาม เกิดมาแล้วมันไม่เที่ยง มันถูกความทุกข์บีบคั้นให้แตกสลายอยู่ตลอดเวลา มันเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เราสั่ง อันนี้เป็นธรรมนิยาม เราเข้าใจธรรมนิยาม เข้าใจความจริงของชีวิต ร่างกายมันเป็นอย่างนี้ล่ะ พอจิตมันเข้าใจความจริง เข้าใจธรรมะอันนี้แล้ว ความอยากก็ไม่เกิดขึ้น ไม่มีความอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย เพราะรู้ว่าความแก่เป็นธรรมดา ความเจ็บเป็นธรรมดา ความตาย เป็นธรรมดา เห็นไหมว่าเราภาวนาแล้ว จนกระทั่งใจเรายอมรับธรรมดา ธรรมดานั่นล่ะคือธรรมะ คำเดียวกันเลย ธรรมดา ความเป็นธรรมดา ธรรมะเป็นความจริงที่เราหนีไม่พ้น ชอบหรือไม่ชอบไม่สำคัญ อย่างไรก็หนีไม่พ้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 ตุลาคม 2569

Oct 21, 2026

"ฝนจะตก น้ำจะท่วม ไม่ใช่สิ่งที่เราจะบังคับมันได้ แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม น้ำเข้าบ้านเรา เราจะป้องกันอย่างไร ก็หาทางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ป้องกันแล้วไม่สำเร็จ น้ำเข้ามาในบ้าน เราก็รู้ โลกก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ได้สมอยากตลอดหรอก โลกเป็นอย่างนี้ล่ะ โลกนี้ไม่น่าอยู่เลย โลกนี้มีแต่ทุกข์ เดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องโน้นเดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องนี้ ไม่น่ายึดถือเลย เรามีร่างกาย เราก็ทุกข์ เรามีบ้านเราก็ทุกข์ มีรถยนต์ลอยน้ำไปแล้ว เราก็ทุกข์อีก ใจมันเห็น เห็นแต่ทุกข์ ใจมันจะคลายออกจากความยึดถือในโลก สุดท้ายเราจะพ้นจากโลก คือเราจะไม่เกาะเกี่ยวยึดถือในโลก สภาวะที่พ้นโลกแล้วมีชื่อเรียกว่าโลกุตตระ โลกุตตระคือคำว่าโลกกับอุตตระ อุดร อุดรก็คือเหนือ ทิศเหนือ อยู่เหนือโลก จิตเราจะอยู่เหนือโลก โลกก็เป็นโลกอยู่อย่างนั้นล่ะ โลกก็ยังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอยู่นั่นล่ะ แต่จิตเราอยู่เหนือโลก คือจิตเราไม่หวั่นไหวไปกับโลก ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเราไม่หวั่นไหวเพราะเราอยู่เหนือแล้ว เหมือนเราอยู่บนเครื่องบินอย่างนี้ ข้างล่างกำลังแผ่นดินไหวอยู่ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย โลกมันกำลังสั่นสะเทือน เราอยู่บนอากาศไม่เกี่ยว หรืออยู่บนดาวเทียมอยู่ในสถานีอวกาศ เห็นโลกมันแผ่นดินไหวสึนามิมาอะไรอย่างนี้ ไม่กระทบถึงเรา ใจที่ฝึกดีแล้วมันจะพ้นโลกออกไป แล้วมันก็จะเห็นโลกไม่มีอะไรเลย โลกนี้ไม่น่ายึดถือเลย มีแต่ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 กันยายน 2569

Oct 20, 2026

"เราทำกรรมฐาน ไม่ใช่ไปให้ความใส่ใจ สนใจกับตัวอารมณ์กรรมฐาน หรือตัววิหารธรรม อันนั้นเป็นแค่เหยื่อล่อ ที่จะทำให้เราอ่านจิตตัวเองออก อย่างเราหายใจออก หายใจเข้า คนส่วนใหญ่บอกให้ทำอานาปานสติ จิตจะไหลลงไปแช่อยู่ที่ลมหายใจ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ลมก็ค่อยๆ ระงับ กลายเป็นแสง จิตก็ไหลเข้าไปในแสง คราวนี้นิมิตอะไรสารพัดมันหลอกแล้ว เราใช้อารมณ์กรรมฐานเป็นเหยื่อล่อ เพื่อจะรู้ทันจิต เป็นเครื่องสังเกตจิต จับหลักตัวนี้ให้แม่น แล้วจะภาวนาง่าย เราไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตสงบ ไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตสุข ไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตดี เรารู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อจะรู้ทันจิต" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กันยายน 2569

Oct 19, 2026

"ต้องอดทน ฝึกแล้วฝึกอีก อดทนไว้ ถึงจะไปรอด แล้วก็ให้เราทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง อะไรก็ได้ แล้วคอยรู้ทันจิตใจตัวเอง ฝึกเรื่อยๆ พอจิตตั้งมั่นแล้ว เดินปัญญาเรื่องเล็กนิดเดียวเลย จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ร่างกาย เห็นเลยรูปไม่ใช่เรา ระลึกรู้สุขทุกข์ ความจำได้หมายรู้ ความปรุงดีปรุงชั่วก็เห็นไม่ใช่เรา รู้เรื่อยๆ ต่อไปก็เห็นจิตก็ไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี ถ้าตัวเราไม่มี เรียกเราได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว ได้โสดาบันแล้ว ต่อไปก็ฝึกอย่างเดิม ฝึกเรื่อยๆ ปัญญาแก่กล้ามากขึ้นๆ มันจะรู้เลย ร่างกายคือตัวทุกข์ เราเห็นว่าไม่ใช่ตัวเราแต่คือตัวทุกข์ จิตก็คือตัวทุกข์ พอเรารู้ว่ากายนี้คือตัวทุกข์ จิตนี้คือตัวทุกข์ ขันธ์ 5 คือตัวทุกข์ จิตจะหมดความยึดถือ เมื่อจิตไม่ยึดถือในขันธ์ 5 จิตก็บริสุทธิ์หลุดพ้น เข้าถึงฝั่งของการปฏิบัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 กันยายน 2569

See all episodes →